SHARE

ผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ทีมชาติไทย ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่เพิ่งผ่านพ้นมา ทำให้นักเตะทีมชาติไทยได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ในระดับอาเซียน เรายังคงเรียกตัวเองว่า “จ้าวอาเซียน”ได้เต็มปาก และต้องขอชื่นชมทั้งทีมที่สามารถเอาชนะความกดดันในนัดล่าสุด จนสามารถเอาชนะอินโดนีเซียและคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักเตะทีมชาติไทย จากการที่รอบแบ่งกลุ่ม เก็บ 9 คะแนนเต็ม ไม่แพ้ทีมไหนเลย ทั้งอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเจ้าภาพฟิลิปปินส์ การทำผลงานยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ทัพช้างศึกชุดหลัก หรือชุดรองก็สามารถทดแทนกันได้หมด อย่างที่โค้ชได้วางแผนไว้ จนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ทัพช้างศึกก็ยังรักษามาตรฐานของตนเองที่สามารถเอาชนะเก็บคะแนนเต็ม ไม่แพ้ทีมชาติเมียนมา และเก็บชัยชนะที่น่าประทับใจ และซิวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างง่ายดาย

ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งแบ่งการแข่งขันเป็นทั้งเหย้าและเยือน ทีมชาติไทยได้โคจรมาพบกับอินโดนีเซียอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อาจจะไม่ง่ยเหมือนครั้งก่อน เพราะอินโดนีเซียแข็งแกร่งขึ้นมาก สามารถเอาชนะเวียดนามและมาเจอกับทีมชาติไทย รอบชิงฯก็เป็นเกมที่สร้างความกดดันให้แก่ทีมชาติไทยไม่น้อย ด้วยเลกแรกที่ไปบุกอินโดนีเซีย ทีมชาติไทยทำผลงานได้ไม่ดีนัก เพราะเป็นการแพ้ครั้งแรกและครั้งเดียวด้วยคะแนน 2-1 ทำให้ทีมชาติอินโนีเซีย มีความเป็นต่อ แต่แล้วสำหรับนัดสุดท้ายที่ทีมชาติไทย เปิดราชามังคลากีฬาสถานต้อนรับการเมาเยือนของทีมชาติอินโดนีเซีย ที่เราหวังว่าจะสามารถรักษาแชมป์และครองแชมป์สมัยที่ 5 ได้นั้น ทั้งเกมเต็มไปด้วยความกดดัน แต่พลังแรงเชียร์กึกก้องทั้งสนามและด้วยการวางแผนเกมที่รัดกุมของโค้ชซิโก้ ที่ทำให้ทีมชาติไทย สามารถคว้าชัยชนะ จากการทำประตูของฮีโร่ดาวรุ่งร่างยักษ์คนใหม่ของเราอย่างสิโรจน์ ฉัตรทอง ซึ่งทั้งสองประตู ถือเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม ที่สิโรจน์สามารถแสดงให้แฟนบอลเห็นถึงศักยภาพและความเป็นกองหน้าที่สามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้แฟนบอลชาวไทยทุกคนมีความสุข มีรอยยิ้ม เสียงกรี้ด เสียงเชียร์ ทีมีอยู่ล้นหัวใจ ได้ปลดปล่อยออกมาอย่างมีความสุข  และถือเป็นของขวัญปีใหม่จากทัพช้างศึกมองให้แก่แฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศที่คอยสนับสนุนมาตลอด

“ผู้เล่นคนที่ 12”

LEAVE A REPLY

*