SHARE

โดย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ยังจำได้ดี กับสมัยที่มีโอกาสลงเล่นเอเชียนคัพ รอบสุดท้าย เมื่อปี 2007 และเป็นผู้เล่นเพียงรายเดียว ที่หลงเหลือมาจากชุด เอเชียนคัพ รอบสุดท้าย ก่อนเตรียมนำทัพช้างศึก ลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่สุดแห่งทวีปอีก

ซึ่ง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เปิดเผย ว่า “ก่อนอื่นดีใจทุกครั้งที่ติดทีมชาติครับ ส่วนตัวตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกทุกอย่างยังเหมือนเดิมและทุกๆ ครั้ง ที่จะประกาศชื่อ ก็ยังลุ้นว่าตัวเองจะมีชื่อหรือเปล่า ดังนั้นมันยังเป็นความฝัน ในฐานะของนักฟุตบอลคนหนึ่ง ผมเชื่อว่า ไม่มีใคร ไม่ภูมิใจ ที่ได้โอกาสเข้ามายืนตรงจุดนี้”

“ในช่วงปี 2007 ที่มีโอกาสเล่นเอเชียนคัพ ก็ยังจำได้ดีครับ นึกภาพย้อนกลับไป ก็รู้สึกว่า เวลาผ่านมาเร็วมาก ความรู้สึกตอนนั้น ในขณะที่ยังเด็กอยู่ ค่อนข้างที่จะประหม่า เห็นคนดูเต็มสนาม และเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งด้วย แต่ก็ดีใจครับ ที่มีโอกาสลงเล่น 1 นัด ในเกมกับ อิรัก (เสมอ 1-1) แม้จะเป็นเวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ในวัย 19 ปี สำหรับผม มันมีค่ามากๆ”

“หลังจากนั้น ผมคิดมาตลอดครับ ว่าอยากมีโอกาสกลับมาเล่นอีกครั้ง จริงอยู่ที่ผมเคยสัมผัสมาแล้ว แต่เราก็แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย ดังนั้นทุกๆ 4 ปี ที่รายการนี้ วนกลับมาในรอบคัดเลือก ผมตั้งใจมากๆ แต่ผ่านไป 2 ครั้ง ในช่วงเวลา 8 ปี เราก็ยังทำไม่ได้ ผิดหวังทุกครั้งครับ ที่ได้แค่นั่งดู ทีมอื่นๆเล่น จนกระทั่งตอนนี้ เรามีโอกาสอีกครั้ง ยอมรับว่า เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เฝ้ารอ และ มีความหมายกับผมมากที่สุด แน่นอน ก็จะพยายามทำให้เต็มที่ครับ”

“ในทีมเรามีผู้เล่นที่ดีหลายคน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีคุณภาพทั้งหมด ผมไม่ใช่ความหวังสูงสุดอะไร อีกอย่าง การขึ้นมาเล่นในระดับเอเชีย ผมคิดว่าความเป็นทีมสำคัญที่สุด ไม่มีใครคนเดียว ที่เป็นจุดเด่น หรือ จุดแข็ง แล้วจะพาทีมประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น ทุกคนสำคัญเท่ากันหมด ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่ยังรวมถึงสตาฟฟ์ที่อยู่ที่นี่ , ทุกคนที่เกี่ยวข้อง และ แฟนบอลทุกคนด้วย”

“ขณะเดียวกัน ผมคิดว่า สิ่งสำคัญที่เราต้องมี เราต้องพยายามเชื่อมั่นในตัวเองก่อน เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีมทุกคน และ ด้วยศักยภาพที่เรายังเป็นรองหลายๆทีม เราก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด และ ใช้ความเป็นทีม มาเป็นจุดแข็ง ผมเชื่อว่า ถ้าเรามีสิ่งเหล่านี้ เราก็เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งพอ ที่จะผ่านเข้ารอบไปได้เหมือนกัน”

“สุดท้ายนี้ ที่เราผ่านเข้ารอบมาได้ มันไม่ใช่เพราะคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะเราทุกคนช่วยกัน ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีผู้เล่นหลายคน ที่มีโอกาสเข้ามาอยู่กับทีม ซึ่งแม้ว่าในวันนี้ ทุกๆคนจะไม่ได้อยู่กับเราที่นี่ แต่ผมอยากบอกว่า ทุกคนควรได้รับเครดิต และ เป็นขุมกำลังที่สำคัญทั้งหมด ส่วนคนที่ได้โอกาส ก็เหมือนเป็นตัวแทน ดังนั้น ในฐานะ ที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ ก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้” ธีรศิลป์ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่เอเชียนคัพ รอบสุดท้าย 2019 เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยอยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) , ทีมชาติอินเดีย และ ทีมชาติบาห์เรน

LEAVE A REPLY

*