SHARE

โดยความคืบหน้าการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งกำหนดจัดต้นปี 2563 ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่คัดตัวแทนทวีปเอเชีย ไปแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย

ทางด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “เอเอฟซี ได้แจ้งข้อมูลไปยังแต่ละสนามแล้ว ว่าต้องปรับปรุงอะไรบ้าง ทั้งนี้การเลือกสนามของไทย ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มีความประสงค์จะใช้สนามที่อยู่ภายใต้การดูแล เพื่อนำงบประมาณที่ได้อนุมัติจาก บอร์ด กกท.ไปปรับปรุง ซ่อมแซมให้ได้มาตรฐาน เพราะหลังจากใช้แข่งขันชิงแชมป์เอเชียแล้ว จะใช้ประโยชน์อื่นต่อไป ซึ่งราชมังคลากีฬาสถาน กับ สนามสมโภชเชียงใหม่นั้น อยู่ในความรับผิดชอบดำเนินการปรับปรุงจาก กกท. รวมทั้งสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ก็อยู่ในโครงการปรับปรุงด้วย”

“ส่วนสนามภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้ทราบมาว่า มีงบประมาณซ่อม 5 ล้านบาท จุดต้องปรับคือไฟส่องสว่าง สนามนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกท. จึงนำงบมาไม่ได้ ขณะที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา เอเอฟซี ค่อนข้างพอใจมากกับการตรวจไปล่าสุด และทราบว่าองค์กรบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้นำงบประมาณปรับปรุงแล้ว ตนจึงไม่ห่วงความพร้อมของ สนามติณสูลานนท์”

“ต้องบอกว่า เอเอฟซี ยังไม่ได้ลงนามสัญญากับประเทศไทย และจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจขั้นสุดท้ายอีกครั้ง ซึ่งผู้รับผิดชอบแต่ละสนาม ต้องปรับให้อยู่ในระดับที่เอเอฟซีพอใจ จึงจะมีการเซ็นสัญญา แต่หาก เอเอฟซี เห็นว่า ทำไม่ได้อย่างที่ต้องการ ทาง เอเอฟซีมีสิทธิย้ายสนาม หรือขั้นต่อไปคือริบสิทธิการเป็นเจ้าภาพ”

“ถ้าถึงขั้นริบสิทธิการเป็นเจ้าภาพ จะส่งผลเยอะ นอกจากไทยไม่ได้จัดรายการนี้แล้ว ข้อต่อไปคือทีมชาติไทยจะไม่ได้เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ เพราะผลงานในรอบคัดเลือก เราตกรอบ หมดโอกาสลุ้นไปโอลิมปิกเกมส์ และยังส่งผลถึงความเชื่อมั่น กระทบการร่วมมือกับพม่า ขอเป็นเจ้าภาพฟุตบอล 20 ปี ชิงแชมป์โลก ปี 2021 แน่นอน ดังนั้นผู้รับผิดชอบแต่ละสนาม ต้องเร่งปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐาน”

LEAVE A REPLY

*