SHARE

ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มีชื่อของนักเตะที่ไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก รุ่น U18 กับ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่าง ลีออน พิชญ เจมส์ ที่ได้รับโอกาส และถูกใส่ชื่อมาในชุดเตรียมทีมครั้งนี้


มาทำความรู้จัก ลีออน เจมส์ ในอีกหลายแง่มุม ที่เราต้องรู้จัก ตัวตนที่แท้จริงของ ลีออน เจมส์
“ผมไม่ใช่ลูกครึ่ง ผมน่าจะเป็นแค่ลูกเสี้ยวเท่านั้น พ่อแม่ผมเป็นคนไทยแท้ โดยมีแค่ปู่ที่เป็นคนอังกฤษเท่านั้น ทำให้ผมมีนามสกุลที่เหมือนกับคนอังกฤษ ชื่อเต็มของผมก็คือ ลีออน พิชญ เจมส์”
“จริงอยู่ที่ส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ แต่ทุกๆปี ผมก็ต้องกลับมาเมืองไทย มาอยู่กับญาติพี่น้อง ซึ่งผมก็พอรู้จักภาษา และ วัฒนธรรมของไทย เช่นเดียวกัน”
“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ 4 ขวบครับ ก็เล่นกับคุณพ่อ เล่นกันมาเรื่อยๆ จนอายุ 6 ขวบ ผมก็ได้ไปแข่งขันฟุตบอลรายการหนึ่ง ซึ่งผมจำไม่ได้ว่ามันคือรายการอะไร ตอนนั้นผมทำประตูไปมากมาย จนมีแมวมองจาก 3 สโมสร ทั้งโคเวนทรี, เบอร์มิงแฮม และ เลสเตอร์ มาติดต่อให้ไปร่วมฝึกซ้อมกับทีม ซึ่งสุดท้าย ผมก็เลือกเลสเตอร์”
“ตลอดช่วงเวลาที่ผมเป็นเด็ก ผมแทบไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย กิจกรรมทุกอย่างในชีวิตหายไปหมด ผมทำได้แค่ไปเรียน,และก็ซ้อมฟุตบอล บอกตรงว่ามันเหนื่อยมาก แต่ผมก็ไม่เบื่อ เพราะผมคิดว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ และสนุกไปกัยมันเท่านั้นเอง”

“มันมีหลายช่วงเวลาที่มีอุปสรรคเข้ามามากมาย ก็ต้องขอบคุณ คุณพ่อ กับ คุณแม่ ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผมมาตลอด จนมาถึงตรงนี้ได้”
“ผมยอมรับเลยครับว่าฟุตบอลอังกฤษ กับ ฟุตบอลไทยมันแตกต่างกันพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือฟุตบอลไทยมีพัฒนาการมากขึ้นกว่าในอดีต”
“การที่เล่นฟุตบอลในอังกฤษ กับ เล่นฟุตบอลในประเทศไทย มันก็แตกต่างกัน กับสิ่งที่ต้องเจอ ที่อังกฤษ ผมเจอแต่ละครั้ง ยอมรับว่ามีเจ็บตลอดเวลา เพราะที่นั่นเข้าบอลกันหนัก บางทีมก็โยนยาวอย่างเดียว แต่ที่ไทยเท่าที่สัมผัส หลายคนมีเทคนิคดี มีความเร็วดี และพยายามเน้นการเล่นบอลบนพื้น”
“วันแรก ผมยอมรับนะว่า หืดพอสมควรกับการฝึกซ้อม เพราะต้องเจอกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันมาก เพราะปกติที่อังกฤษ ร้อนสุดก็แค่ 25 องศา แต่ทีไทยตอนนี้ที่ผมเจอเหมือนกับ อากาศ 40 องศา เลยก็ว่าได้ แต่ผมก็พยายามปรับตัว”
“ส่วนเพื่อนๆ ในทีมก็ถือว่ามีฝีเท้าที่ดีหลายคน เราก็ต้องพยายามปรับตัวเข้าหาเพื่อน ผมอาจจะไม่ได้เข้าใจทุกคำพูด แต่เวลาคุยกันก็เข้าใจอยู่ และเวลาเพื่อนๆเล่นมุขอะไร ผมก็หัวเราะไปกับพวกเขา และก็มีบ้างที่โดนหยอก มันก็สนุกดี กับการมาเก็บตัวครั้งนี้”
“ผมสั่งให้ใครสนใจหรือไม่สนใจตัวผมไม่ได้หรอก สิ่งที่ควบคุมได้เพียงอย่างเดียว มีแค่ตัวผมเท่านั้น ผมต้องโฟกัสเสมอว่า เป้าหมายของตัวเองคืออะไร เข้าใจหลักและเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงสนใจเรา”
“ผมจะไม่เอาทุกอย่างมากดดัน ตัวเอง แต่จะเอามันมาเป็นแรงผลักดัน ที่ทำให้ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมมีอะไรที่จะช่วยทีมได้”
“ตอนนี้ผมก็เล่นให้กับทีม เลสเตอร์ ซิติ้ U18 อยู่ ซึ่งทีมผมก็อยู่ในลีกของพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็ต้องเจอกับทีมดังๆมากมาย ทั้งอาร์เซนอล, แมนฯยูไนเต็ด, แมนฯซิตี้, เชลซี รวมถึง ลิเวอร์พูล”
“ผมก็ได้เจอนักเตะเก่งๆหลายคน ทั้ง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ของเชลซี, เจมส์ การ์เนอร์ และ เมลสัน กรีนวูด ของ แมนฯยูไนเต็ด”
“คนเหล่านี้ สอนให้ผมรู้จักว่าเราต้องทำงานหนัก เขาแสดงให้เห็นแล้วด้วยการก้าวขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุด มันอาจจะไม่ใช่ความสามารถ แต่มันคือโอกาส เมื่อพวกเขาได้โอกาส หน้าที่มันก็มีเพียงอย่างเดียวคือ ทำให้ดีที่สุด แสดงความสามารถให้กับทุกคนได้เห็น และสุดท้ายคุณก็จะคว้าโอกาสมาครองได้ อย่าปล่อยให้มันหลุดลอย เพราะหากคุณพลาด โอกาสนั้นอาจจะไม่ได้กลับมาอยู่ในชีวิตอีกเลยก็เป็นได้”
“เพราะฉะนั้นการติดทีมชาติไทย U19 ครั้งนี้ ก็ถือเป็น “โอกาส” อีกครั้งหนึ่งของตัวผม เพราะฉะนั้นผมก็ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็น เพื่อไม่ปล่อยโอกาสนั้นหลุดลอยไป”
“โอกาสที่ผมได้มาในวันนี้ มันเปรียบเสมือนรางวัล สำหรับการทุ่มเทอย่างหนัก รางวัลของการเสียสละ เสียสละที่เราไม่ได้มีวัยเด็กเหมือนคนอื่น แต่โอกาสในครั้งนี้ มันเป็นแค่รางวัลเล็กๆเท่านั้น หากเราพิสูจน์ตัวเองได้ มันยังมีรางวัลหรือของขวัญชิ้นใหญ่ที่รอเราอยู่”
“ผมพยายามจดจำวันแรกของตัวเองให้ได้เสมอ อย่างเช่นโอกาสในครั้งนี้ ผมจำได้เลยว่าตอนที่เห็นข่าวว่าทีมชาติไทย U19 เรียกตัวเรามาติดทีม เราดีใจแค่ไหน เพราะฉะนั้น ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด และไม่ปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยไป”
“ก็ฝากแฟนบอลชาวไทยทุกคนเป็นกำลังใจให้กับผม รวมถึงทีมด้วยนะครับ”
ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี จะเก็บตัว ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬา ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ไปจนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2562 และจะคัดเลือกนักกีฬาให้เหลือ 20 คน ก่อนเดินทางไป ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ต่อไป
สำหรับการแข่งขันฟุตบอล VFF International Tournament มี 4 ชาติเข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบไปด้วย เวียดนาม (เจ้าภาพ), ไทย, เมียนมา และ จีน
โดยโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล VFF International Tournament ของทีมชาติไทย มีดังนี้
วันที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 15.00 น. ไทย พบ จีน
วันที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 17.30 น. ไทย พบ เวียดนาม
วันที่ 27 มีนาคม 2562 เวลา 15.00 น. ไทย พบ เมียนมา
วันที่ 30 มีนาคม 2562 รอบชิงชนะเลิศ (นำเอาทีมที่มีคะแนนดีที่สุดสองทีมมาแข่งขันกัน) (และนำทีมอันดับ 3 มาพบกับ 4 เพื่อชิงอันดับ 3) แข่งขันในเวลา 17.30 น. และ 15.00 น. ตามลำดับ

LEAVE A REPLY

*